ข้อจำกัดของ กัญชา ( Cannabis )

บทความ ข้อจำกัดของ กัญชา ( Cannabis )

กัญชา ( Cannabis ) เป็นสมุนไพรที่ถูกปลดล็อกมาได้ไม่นาน แต่ก็ยังมีข้อยกเว้น หรือข้อจำกัดมากมายที่หลายคนต้องปฏิบัติตาม เพราะถ้าเกิดนำไปใช้ไม่ถูกต้องอาจเกิดผลเสียตามมาได้

 

ข้อควรรู้นำ กัญชา ( Cannabis ) มาทำอาหาร ไม่เสี่ยงถูกจับ

     สิ่งสำคัญที่ควรรู้ ในกรณีร้านอาหาร สามารถประกอบอาหารจาก กัญชา ( Cannabis ) ได้ หลังมีการปลด กัญชา ( Cannabis ) ออกจากยาเสพติดใน พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษฉบับที่ 7 เฉพาะใบ รากต้นเท่านั้น ยกเว้นช่อดอก ใบติดดอก และเมล็ดกัญชา ยังเป็นยาเสพติด โดย กัญชา ( Cannabis ) ที่นำมาทำเป็นเมนูอาหาร ต้องมาจากแหล่งปลูกที่ถูกกฎหมาย ซึ่งได้มีการขออนุญาตในการใช้ประโยชน์กับ อย.

     “ ร้านอาหารไม่ต้องขออนุญาต แต่คนทำอาหารจาก กัญชา ( Cannabis ) ต้องมีความรู้ในการปรุงว่าสามารถใส่มาก ใส่น้อยอย่างใดไม่ให้คนเมา แม้อย.ไม่ได้ล็อก หรือบังคับต้องผ่านการอบรม คาดว่าแนวทางต่าง ๆ จะออกมาภายหลัง เช่น ห้ามขายให้กับคนอายุ ต่ำกว่า 25 ปี ผู้ป่วยโรคเลือด หญิงตั้งครรภ์ ควรหลีกเลี่ยง และใบ กัญชา ( Cannabis ) สด มีสาร THC หากเจอความร้อนจัด จะมีฤทธิ์มาก เช่น บราวนี่ใส่ กัญชา ( Cannabis ) ขณะที่เมนูบางอย่าง เช่น ใบกัญ ( Cannabis ) ชาชุบแป้งทอด เมื่อโดนความร้อนจะรีดน้ำมัน กัญชา ( Cannabis ) ออกมา ทำให้ฤทธิ์น้อยลง และที่สำคัญห้ามบริโภคเกินวันละ 5 ใบ ขึ้นอยู่กับชนิดพันธุ์ของ กัญชา ( Cannabis ) มีฤทธิ์ไม่เท่ากัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ต้องมีการให้ความรู้ ”

     สรุปแล้วการนำใบ กัญชา ( Cannabis ) ไปประกอบอาหาร ยังมีข้อควรระวัง เนื่องจากการใช้ กัญชา ( Cannabis ) ในอาหารเป็นสิ่งใหม่ในสังคมไทย ผู้บริโภคควรเริ่มต้นรับประทานแต่น้อย และบางกลุ่ม เช่น เด็ก สตรีมีครรภ์ ผู้มีโรคประจำตัวควรระมัดระวังในการรับประทาน ซึ่งทาง อย. ร่วมกับโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จะเผยแพร่ความรู้ในการประกอบอาหารจาก กัญชา ( Cannabis ) อย่างปลอดภัยเร็ว ๆ นี้

 

กัญชา ( Cannabis ) ปลูกบ้านละ 6 ต้น ทำได้ถ้วนหน้า แต่มีเงื่อนไข !!

     อีกข้อสงสัยของสังคมในกรณีปลูก กัญชา ( Cannabis ) บ้านละ 6 ต้น สามารถทำได้ทั่วประเทศ ไม่ใช่เฉพาะที่ จ.บุรีรัมย์ เท่านั้น โดยต้องรวมตัวกัน 7 ครัวเรือนขึ้นไปทำเป็นวิสาหกิจชุมชน ไปจดแจ้งกับเกษตรอำเภอ นำไปสู่กระบวนการทำเรื่องขอใบอนุญาตจาก อย. ในการทำผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพจาก กัญชา ( Cannabis ) อย่างกลุ่มวิสาหกิจชุมชนสมุนไพรไทยโนนมาลัย จ.บุรีรัมย์ โดยมีหน่วยงานภาครัฐคอยช่วยเหลือแนะนำในการปลูกแบบครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ เพราะ กัญชา ( Cannabis ) มีศัตรูพืช และโรคต่าง ๆ ไม่สามารถปลูกได้ง่าย ๆ ต้องเลือกสายพันธุ์ให้เหมาะสม และมีวิธีปลูกที่ถูกต้อง

     ขณะที่ประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่ 378 พ.ศ. 2559 ออกตาม พ.ร.บ. อาหาร ปี 2522 ซึ่งเน้นการควบคุมผลิตภัณฑ์ ห้ามใช้ กัญชา ( Cannabis ) มาปรุงอาหาร มีโทษปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท ซึ่งในขณะนี้ทาง อย. กำลังเร่งพิจารณาเพื่อเสนอให้มีการแก้ไขประกาศฉบับนี้ คาดอาจมีการออกประกาศฉบับใหม่ในเร็ว ๆ นี้ เพื่อไม่เกิดความสับสน หากร้านอาหารใดจะนำใบ กัญชา ( Cannabis ) มาประกอบอาหาร คงต้องติดตามกันต่อไป เพราะยังมีหลายร้านยังหวั่น ๆ จะถูกจับอาจจะต้องชะลอออกเมนูอาหารมีส่วนผสมของ กัญชา ( Cannabis ) ไว้ก่อน หรือบางร้านยึดคำแถลงของ อย. ที่ออกมาล่าสุดว่าสามารถทำได้ ไม่ต้องขออนุญาต

 

หากใครอยากลองดื่มผลิตภัณฑ์จาก กัญชา ทาง kleenscannabis ก็ได้นำมาสกัดเป็น เครื่องดื่ม ชากัญชา ( Tea Cannabis ) โฮมเมด มีถึง 2 รสชาติ คือ

  • Tea Organic Cannabis Original ชารสชาติดั้งเดิม น้ำตาล 0%
  • Tea Organic Cannabis Coconut Syrup Blends 30 kcal

     ชากัญชา ( Tea Cannabis ) รสชาติน้ำหวานดอกมะพร้าว มีความหวานแบบเบา ๆ ได้รับความหวานจากดอกมะพร้าวที่มีค่าความหวานต่ำที่สุด ดื่มร้อนก็ได้ ดื่มเย็นก็ดี

     ดื่ม ชากัญชา ( Tea Cannabis ) โฮมเมด จะมอบความสดชื่นให้กับผู้ดื่มเป็นทางเลือกที่อ่อนโยน และดีต่อสุขภาพ คัดสรรอย่างดี มีกลิ่นหอมช่วยให้ผ่อนคลาย ช่วยให้นอนหลับสบาย ช่วยให้อารมณ์ดีอีกด้วย

 

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

ปัญหานอนหลับยากต้องแก้ด้วย กัญชา

ชากัญชา ( Tea Organic Cannabis ) และ สรรพคุณทางยา