กิน ดื่ม กัญชา ( Cannabis ) อย่างไร ให้ปลอดภัย

บทความ กิน ดื่ม กัญชา ( Cannabis ) อย่างไร ให้ปลอดภัย

แม้ว่า กัญชา ( Cannabis ) จะถูกกฎหมายแล้ว แต่ถ้า กิน ดื่ม ไม่ถูกต้อง ย่อมเกิดผลเสียกับร่างกายได้ เพราะเหตุนี้เราจึงต้องมีความรู้เกี่ยวกับ กัญชา ( Cannabis ) เพื่อจะได้นำมาใช้ประโยชน์ได้ถูกต้อง

 

     แม้ว่ากฎหมายจะปลดล็อคกิ่ง ก้าน ราก ใบ ของ กัญชา ( Cannabis ) และกัญชง ออกจากยาเสพติดทำให้กระแสการบริโภคอาหารจาก กัญชา ( Cannabis ) มากขึ้น แต่ยังเกิดข้อกังวลเกี่ยวกับความเข้าใจของประชาชนเกี่ยวกับโทษ และ ประโยชน์ ในการบริโภค กัญชา ( Cannabis ) อย่างเหมาะสมเพื่อไม่ให้เกิดผลเสียต่อตัวเอง และสังคม

     คำแนะนำใน " การใช้ กัญชา ( Cannabis ) ทางการแพทย์ " จาก กระทรวงสาธารณสุข ได้รับรองประโยชน์จากสาร THC และ CBD ว่ามีประโยชน์สำหรับการเจ็บป่วยในเบื้องต้น 4 ภาวะ ได้แก่ ภาวะคลื่นไส้อาเจียนจากเคมีบำบัด โรคลมชักที่รักษายาก และโรคลมชักที่ดื้อต่อยารักษา ภาวะกล้ามเนื้อหดเกร็งในผู้ป่วยโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง และภาวะปวดปลายประสาท โดยภาวะเจ็บป่วย และอาการอื่น ๆ ต้องรอการศึกษาเพิ่มเติมทางการแพทย์

 

ทำความเข้าใจก่อนบริโภค กัญชา ( Cannabis )

     การบริโภค กัญชา ( Cannabis ) เริ่มเป็นกระแสเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ต้องเข้าใจว่าการนำ กัญชา ( Cannabis ) มาเป็นส่วนผสมปรุงในอาหารจะออกฤทธิ์ช้ากว่าการสูบ เนื่องจากปริมาณที่ให้อนุญาตมีส่วนสารมึนเมาน้อย กว่าจะออกฤทธิ์ใช้เวลานาน ทำให้ผู้บริโภคในครั้งแรกบางครั้งไม่รู้สึกถึงความเคลิบเคลิ้ม หรือมีความสุขอย่างที่คิด

     จึงบริโภคซ้ำไปอีกต่อเนื่อง เมื่อสะสมเรื่อย ๆ จะกลายเป็นรับประทานในปริมาณมากเกินไป ดังนั้น ก่อนที่จะรับประทานอาหาร หรือเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของ กัญชา ( Cannabis ) ควรต้องรู้ว่าร้านดังกล่าวได้รับอนุญาตถูกต้องหรือไม่ นำ กัญชา ( Cannabis ) มาจากที่ใด เพราะแต่ละสายพันธุ์มีสารเมาไม่เท่ากัน รวมถึงกระบวนการปรุงอาหารแต่ละอย่างอาจทำให้สารเมาออกมาไม่เท่ากัน

     “ สิ่งที่ต้องระวัง คือ กลุ่มเปราะบาง เช่น เยาวชน และผู้ที่มีโรคประจำตัว หากต้องใช้ควรปรึกษาแพทย์ ไม่เช่นนั้นอาจะเกิดผลข้างเคียงได้ ส่วนการสูบ กัญชา ( Cannabis ) แน่นอนว่ากฎหมายยังไม่อนุญาต แต่ต้องยอมรับว่ามีการสูบมานานแบบผิดกฎหมาย ซึ่งการสูบออกฤทธิ์ได้เร็ว แต่หากสูบผิดวิธีอาจทำให้เกิดโรคปอดอักเสบได้

 

อาการระยะสั้น ระยะยาวจาก กัญชา ( Cannabis )

     อาการระยะสั้น คือ การกะระยะผิดพลาดอาจส่งผลต่อการขับขี่ เคลิ้ม ส่วนอาการตกค้างระยะยาวที่น่าห่วงคือ อาการทางจิต ซึ่ง กัญชา ( Cannabis ) มีบ้างแต่อาจจะไม่เยอะ มีการสุ่มตรวจผู้ป่วยจากเวชระเบียน 1,170 ราย ในเคสที่เสพหนัก เสพติด มีอาการบางอย่างที่ญติพามา หรือมาตามระบบบังคับบำบัด พบว่า สัดส่วนผู้ป่วย กัญชา ( Cannabis ) ในหอผู้ป่วยวิกฤติจิตเวชยาเสพติดที่มีอาการรุนแรงเพิ่มมากขึ้นจากปี 2563 สัดส่วน 15.52% แต่ในปี 2564 สัดส่วน 28.70% โดยอายุที่เจอบ่อยคือ 18 - 25 ปี จากแต่เดิม 90% เป็นผู้ป่วยจากยาบ้า

     โดยอาการหลอนที่พบบ่อย คือ หูแว่ว สอดคล้องกับอาการหลงผิดว่ามีคนมาทำร้าย ถัดมาคือ ภาพหลอน อาการซึมเศร้า ไม่สนใจไม่อยากทำอะไร ไม่มีแรง ส่วนใหญ่อายุเป็นตัวบอกหากใช้อายุน้อยจะมีโอกาสมากกว่า  และหากแต่ละวันใช้เยอะจะมีโอกาสให้เกิดอาการทางจิตได้ ยิ่งพันธุ์ที่มีสาร THC เข้มข้นยิ่งมีผลมากขึ้น

 

หลีกเลี่ยงความเสี่ยงจาก กัญชา ( Cannabis )

1. ควรศึกษาคำแนะนำความเสี่ยงจากผลิตภัณฑ์กัญชาทั้งระยะสั้น และระยะยาว ซึ่งแตกต่างในแต่ละบุคคล

2. หากใช้เมื่ออายุน้อยจะเกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพ และสังคมมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะที่มีสาร THC สูง แนะนำให้ใช้กับผู้ป่วยอายุ 25 ปีขึ้นไป ไม่ควรใช้กับผู้ป่วยอายุต่ำกว่า 18 ปี

3. ไม่แนะนำ กัญชา ( Cannabis ) สังเคราะห์ ซึ่งมีผู้เสียชีวิตในต่างประเทศ

4. การสูบ กัญชา ( Cannabis ) แบบเผาไหม้เป็นประจำส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ การใช้วิธีรับประทานช่วยลดความเสี่ยงต่อทางเดินหายใจแต่อาจเกิดผลทางจิตได้ภายหลัง

5. หากยืนยันที่จะสูบแนะนำว่าไม่ให้สูบโดยการอัดเข้าไปในปอด หรือสูดลูกแล้วกลั้นไว้ เพราะทำให้เกิดอันตรายต่อปอดมากขึ้น

6. การใช้ผลิตภัณฑ์ กัญชา ( Cannabis ) ความถี่สูง หรือเข้มข้นสูง มีโอกาสเสี่ยงต่อสุขภาพ และสังคมมากขึ้น

7. การขับขี่ยานพาหนะขณะที่มีอาการข้างเคียงจากการใช้ กัญชา ( Cannabis ) เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ

8. ไม่ควรใช้ กัญชา ( Cannabis ) ในผู้ป่วยที่ประวัติครอบครัวเป็นโรคจิตเวช ผู้ติดชา สารเสพติด หญิงตั้งครรภ์ มีโอกาสเกิดผลข้างเคียงรุนแรง

 

     หากต้องการใช้ กัญชา ( Cannabis ) ทางการแพทย์ สามารถปรึกษาแพทย์ได้ แต่หากใช้ในชีวิตประจำวัน แนะนำให้ใช้ กัญชา ( Cannabis ) ที่เป็นใบประกอบอาหาร ส่วนน้ำมัน กัญชา ( Cannabis ) ยังไม่แนะนำ และหากเสพ กัญชา ( Cannabis ) และจำเป็นต้องขับรถควรเว้นระยะอย่างน้อย 6 ชั่วโมง รวมถึงอาจต้องปรับปรุง พ.ร.บ.จราจร ให้ครอบคลุมในเรื่องของกัญชาอีกด้วย

 

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

ปัญหานอนหลับยากต้องแก้ด้วย กัญชา

ชากัญชา ( Tea Organic Cannabis ) และ สรรพคุณทางยา